เครื่องดนตรีไทย ฉิ่ง (เครื่องตี)

 


ADVERTISEMENT



ฉิ่งนั้นเป็นเครื่องดนตรีประเภทที่ให้จังหวะ จัดอยู่ในเครื่องตี ฉิ่งมีประวัติความเป็นมาอย่างยาวนาน แต่ครั้งโบราณกาล แต่มีการพบบันทึกเรื่องราวของฉิ่งครั้งแรกในสมัยสุโขทัย ฉิ่งทำจากโลหะ หล่อให้หนา มีลักษณะบุ๋มตรงกลาง คล้ายกับถ้วยชา ฉิ่งมีสองชิ้น และถูกร้อยด้วยเชือกหรือหวายเข้าด้วยกัน เวลาใช้ให้จับด้วยมือทั้งสองข้าง แล้วตีเข้าหากันเป็นจังหวะ เสียงของฉิ่งนั้นจะกังวานใส แต่ไม่ดังเกินควร ดังนั้นฉิ่งจึงมักถูกจัดให้เล่นประกอบกับเครื่องดนตรีอื่นๆ ในวงประเภทมโหรี วงเครื่องสาย วงปี่พาทย์ เนื่องจากเสียงของฉิ่งสามารถที่ขับเน้นคุณภาพของการบรรเลงเครื่องดนตรีประเภทอื่นได้ดี

 

ลักษณะของฉิ่ง

 

อย่างที่บอกไปว่า ฉิ่งนั้นเป็นเครื่องดนตรีประเภทเครื่องตีให้จังหวะ ดังนั้นการสร้างฉิ่ง จึงมักจะสร้างจากโลหะ เช่นทองเหลือง หรือสำริด (ปัจจุบันใช้โลหะอื่นที่มีความทนทานมากกว่า) โดยหล่อให้มีความหนามากกว่าฉาบ เพื่อให้เสียงสามารถส่งผ่านได้กังวาน และใสกว่าฉาบ ฉิ่งมีรูปร่างเหมือนกับถ้วยชาบ้างสลักลวดลายต่างๆ ฉิ่ง 1 ชุด มี 2 ชิ้น ลักษณะเป็นถ้วยชาประกบปากเข้าหากัน โดยตรงกลางเจาะรูสำหรับร้อยเชือกเข้าด้วยกันเป็นชุด ฉิ่งนั้นแบ่งย่อยๆ ออกเป้นหลายประเภท และมีลักษณะที่แตกต่างกันออกไป ดังนี้

 

– ฉิ่งสำหรับวงปี่พาทย์ จะมีลักษณะเหมือนกับฉิ่งทั่วไป คือเป็นถ้วยชาประกบด้านปากเข้าหากัน แต่ลักษณะของฉิ่งที่ใช้ในวงปี่พาทย์ จะมีเส้นผ่าศูนย์กลางของตัวฉิ่งประมาณ 6 – 6.5 เซ็นติเมตร ฉิ่งประเภทนี้จะให้เสียงที่ดังกังวาน ใสประดุจแก้ว เพราะวงปี่พาทย์จะเน้นที่เสียงดนตรีบรรเลง ซึ่งฉิ่งต้องคอยเป็นตัวคุมจังหวะ

 

– ฉิ่งสำหรับวงเครื่องสาย เป็นฉิ่งที่มีขนาดเล็กกว่า ฉิ่งสำหรับวงปี่พาทย์พอสมควร แต่ส่วนอื่นๆ ก็เหมือนกับฉิ่งทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นตัวฉ่งที่มีลักษณะเหมือนถ้วยชาปากกระกบเข้าหากัน ตรงกลางเจาะรูร้อยเชือก แต่สำหรับตัวฉ่งของวงเครื่องสาย จะมีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 5.5 เซ็นติเมตร เนื่องจากฉิ่งในวงประเภทนี้ จะต้องมีเสียงที่ไม่ดังมากนัก เนื่องจากวงเครื่องสายนั้น จะเน้นที่เพลงบรรเลงที่นุ่มนวล ไม่ร้อนแรงเหมือนวงปี่พาทย์

 

– ฉิ่งสำหรับวงมโหรี มีลักษณะ และการใช้งาน ตลอดจนบทบาทในวงเหมือนกับวงเครื่องสาย

 

การตีฉิ่ง

 

การตีฉิ่งนั้น จะเหมือนกันทั้ง วงปี่พาทย์ วงมโหรี และวงเครื่องสาย โดยผู้ตีจะจับฉิ่งเป็นสองฝั่ง คือ ให้มือข้างที่ไม่ถนัดจับให้ปากฉิ่งหงายขึ้น แล้วใช้มือข้างถนัดจับฉิ่งอีกด้านหนึ่ง แล้วตีลงไปบนฉิ่งที่อยู่ในมืออีกข้างเป็นจังหวะ ซึ่งส่วนมากจะมีรูปแบบการตี 2 รูปแบบคือ จังหวะเบา (ฉิ่ง) และจังหวะหนัก หรือจังหวะตก (ฉับ)


ADVERTISEMENT



เนื้อหาใกล้เคียง

Ads





หมวดหมู่

คำค้นล่าสุด