เครื่องดนตรีไทย จะเข้ (เครื่องดีด)

 


ADVERTISEMENT



จะเข้ เป็นเครื่องดนตรีไทยประเภทหนึ่ง ที่สันนิษฐานกันว่าได้รับอิทธิพลมาจากมอญ มีลักษณะยาวรี ตัวใหญ่ ตัวจะเข้มักทำจากไม้แก่นขนุนขุด ด้านในกลวงเพื่อสะท้อนเสียง ส่วนของสายนั้นทำจากเอ็น เส้นไหม และ ลวดทองเหลือง (จะเข้มี 3 สาย) มีตัวดีดที่ทำให้เกิดเสียงเป็นทำนองตามคีย์ต่างๆ สันนิษฐานกันว่า จะเข้พัฒนามาจากพิณ ซึ่งเป็นเครื่องดนตรีไทยประเภทเครื่องสายอีกประเภทหนึ่ง มักมีการใช้จะเข้ในการบรรเลงเพลงในวงมโหรี สมัยก่อนมักเล่นคู่กับเครื่องดนตรีอีกชนิดที่เรียกว่า กระจับปี่

 

ลักษณะของจะเข้นั้นแบ่งเป็นสองตอน คือ ตอนหัวและตอนหาง โดยส่วนของตอนหัว จะเป็นกระพุ้ง ลักษณะกลมรี แบน ส่วนของหาง จะเป็นไม้ชนิดเดียวกัน ยาวเชื่อมกับส่วนของกระพุ้ง มีไม้หนุนด้านล่างที่เรียกว่าเท้า 5 เท้า (ส่วนหัว 4 เท้า และส่วนปลาย 1 เท้า) ทำให้ดูเผินๆ ทรงของเครื่องดนตรีชนิดนี้ จะมีลักษณะคล้ายกับจระเข้ จึงเป็นที่มาของชื่อ “จะเข้”

 

ส่วนที่ทำให้เกิดเสียงของจะเข้ คือส่วนของสาย ที่ทำจากวัสดุที่ให้เสียงหลายประเภท สายที่อยู่ด้านนอกสุด หรือที่เรียกกันว่าสายเอกจะทำจากสายเอ็น ถัดมาสายกลาง ที่เรียกว่าสายทุ้ม จะทำจากเส้นเอ็นหรือไหม และส่วนของสายที่อยู่ด้านในสุด ติดกับตัวผู้เล่นนั้นเรียกว่า สายลวด มักจะทำจากวัสดุประเภททองเหลือง สายทั้งสามจะพาดขึงตึง จากส่วนหัวที่หนุนด้วยกล่องทองเหลือ เพื่อให้เกิดเสียง (เรียกว่า โต๊ะ) ไปสู่ส่วนท้ายที่เจาะช่อง สำหรับใช้ไม้ขัดปรับระดับ(ลูกบิด) ตรงกลางมีหมอนหนุนสาย(นม) 11 ตัว สูงต่ำหลั่นลำดับกันตั้งแต่ 2 – 3.5 เซ็นติเมตร สำหรับใช้มือกด ทำให้เกิดเสียงในคีย์ต่างๆ ตามทำนองเพลง

 

วิธีการบรรเลงจะเข้ ผู้เล่นจะต้อง ใช้ไม้ที่มีปลายแหลม หรือวัสดุที่คล้ายเขาสัตว์ยาวประมาณ 4-7 เซนติเมตร เหลาปลายให้เหลมใช้เป็นตัวดีดสาย (วิธีใช้งานคือคล้ายกับ Pick ในการบรรเลงกีตาร์) โดยไม้ที่ว่านี้จะมีเชือกสำหรับเคียนหรือมัดให้ติดแน่นกับนิ้วมือข้างขวา และนิ้วมือข้างซ้ายจะใช้เลื่อนนมไปมาให้เกิดเป็นเสียง ในระดับต่างๆ ตามแต่ทำนองของเพลงที่กำลังบรรเลง

 

การเล่นจะเข้ ค่อนข้างที่จะมีแบบแผนตามธรรมเนียมพอสมควร คื่อ จะต้องนั่งพับเพียบ ขาซ้ายทับขาขวา นั่งตัวตรงไม่เอียงไปทางใดทางหนึ่ง หัวเข่าชิด มือขวาพันไม้ดีดให้เรียบร้อยโดยวางไว้ที่นมชิ้นที่ 11 ส่วนมือซ้ายวางไว้บริเวณนมส่วนที่เป็นจุดเริ่มต้นของเพลงนั้นๆ

 

จะเข้นิยมใช้ในการบรรเลงเดี่ยว (แต่เล่นคู่กับกลองและฉิ่ง) เพลงที่นิยมเล่นกันก็เช่น ลาวแพน นกขมิ้น เป็นต้น

 


ADVERTISEMENT



เนื้อหาใกล้เคียง

Ads





หมวดหมู่

คำค้นล่าสุด